ตัววิ่ง

ยินดีต้อนรับสู่เว็บบล็อก ของ ยุวดี ได้เลยค่ะ

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Phrasal verbs หรือ two-word verbs
     คือ การใช้คำกริยาที่ปกติแล้วมีความหมายอย่างหนึ่ง แต่ส่วนประกอบ เมื่อ verb+ preposition or particle มารวมกันเป็น Phrasal verbs แล้ว อาจจะทำให้เกิดความหมายใหม่ขึ้นมาซึ่งอาจจะไม่มีเค้าความหมายของคำกริยาเดิมเลย นิยมใช้กันมากในภาษาอังกฤษ
หลักสำคัญในการใช้ Phrasal Verbs หรือ Two-Word Verbs
1.เมื่อไม่มี direct object ต้องวาง adverb ไว้ติดกับ verb เช่น
   - please come in.
   - Don't give up, whatever happens.

2. เมื่อมี object pronoun เช่น him, her, it, them, me, us, เป็น direct object ต้องวาง object เหล่านี้ไว้หน้า adverb เช่น
   - I can't make it out. (right)
   - I can't make out it.(wrong)

3. เมื่อมี noun เช่น book , pen , houses , etc.เป็น direct object จะวาง noun ไว้หน้าหรือหลัง adverb ก็ได้        (verb +adverb +noun) หรือ (verb +noun +adverb) เช่น
   - Turn on the light.  หรือ  - Turn the light on.

4. ตามข้อ 3 ถ้า object เป็นคำยาว เช่นมี object clause ขยายต้องวางobject ไว้หลัง adverb เช่น
   - He gave away every book that he possesed. (right)
   - He gave every book that he possesed away. (wrong)

5. ในประโยคอุทาน (exclamatory Sentences)ให้วาง adverb ไว้หน้าประโยคยืดหลักดังนี้
   5.1 ถ้าประธานเป็น noun เอากริยาตามมาได้เลย เช่น
      -Off went john! = John went off.
   5.2 ถ้าประธานเป็น pronoun ใหัใช้แต่ adverb ไม่ต้องใช้ verb เช่น
      -Away they went ! = They went away.
ประเภทของ Phrasal verbs
1. Inseparable Verbs with no objects  คือ phrasal verb ที่ต้องติดกัน ไม่สามารถแยกจากกันได้ ไม่ต้องมีกรรม เช่น
   set off ออกเดินทาง         Speed up เร่งความเร็ว
   Wake up ตื่นนอน            Stand up ยืนขึ้น
   Come in เข้ามาถึง           Get on ขึ้น (รถ) / เข้ากันได้
   Carry on ทำต่อไป           Find out เรียนรู้
   Grow up เติบโต             Turn up ปรากฏตัว

2. Inseparable Verbs with objects คือ phrasal verb ที่ต้องอยู่ติดกัน ไม่สามารถแยกจากกันได้ แต่ต้องมีกรรม เช่น
   Look after เลี้ยงดู                              Look into สอบถาม ตรวจสอบ
   Run into ชน                                     Come across พบโดยบังเอิญ
   Take after เหมือนถอดแบบ                  Deal with ติดต่อ เกี่ยวข้อง
   Go off ออกไป จากไป หยุดทำงาน         Cope with จัดการ

3. Separable verbs คือ ที่แยกจากกันได้ มักจะต้องการกรรม
   Turn on เปิด(ไฟ)           Turn off ปิด (ไฟ)
   Turn down หรี่ (เสียง)     Swith off ปิด
   Look up มองหา             Take off ถอด ออกดินทาง

4. Three-Word Phrasal Verbs  คือ phrasal verb ที่ไม่มีกรรมและบางครั้งมีการใช้บุพบทมากกว่า 1 ตัว เช่น
   Get on with ทำต่อไป ไม่หยุด                Cut down on ลดปริมาณลง
   Look out for เตรียมพร้อม                      Catch up with ตามทัน
   Run out of หมด                                  Get down to เอาจริงเอาจัง
   Stand up for ปกป้อง เดือดร้อนแทน         Look down to ดูถูก
   Look up to ยอมรับนับถือ                        Put up with อดทน
   Look out on มองออกไป...อ่านต่อ

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

แบบฝึกหัด Indirect Speech พร้อมเฉลย

Change these sentences into Indirect Speech.
1. He said to me, “I am sure Fred knows the answer”
2. “I can’t see the blackboard”, Mary said.
3. She said, “I’ll come with you as soon as I am ready.”
4. He said to his friend, “I must finish my work.”
5. She said to me, “The earth moves round the sun.”
6. He said, “I am the president of the English club.”
7. He says, “I have been reading a book for three hours.”
8. Chit said to me, “If I were a bird, I would fly everywhere.”
9. Jim, said, “We had better start our work today.”
10. Amy said, “I must pass the final examination.”
11. Chalerm said, “I mustn’t do evil deeds.”
12. His father said, “If the doctor doesn’t come, we must take care of him as well as we can do.”
13. He said, “If it rains, we will play cards instead.”
14. Porn said, “If you were here, you would be in comfort.”
15. Santi said, “Let’s play football in the evening.”...อ่านต่อ

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

Direct and Indirect Speech



Indirect Speech - Statement หรือ ประโยคบอกเล่าในรูปแบบของ Indirect Speech
 หลักการเปลี่ยนจากประโยค Direct Speech เป็น Indirect Speech
 1. นำเครื่องหมายคำพูด (Quotation Marks (“…”)) และ comma (,) ออก
 2. เปลี่ยน says เป็น says that
say to เป็น tell
said เป็น said that
said to เป็น told...อ่านต่อ